
เที่ยวอิบารากิครั้งแรก รวมที่เที่ยวไฮไลท์ห้ามพลาด
เที่ยวอิบารากิครั้งแรก จังหวัดที่เต็มไปด้วยเสน่ห์
ทำไมต้องเที่ยวอิบารากิ? เสน่ห์แห่งญี่ปุ่นที่คุณอาจยังไม่เคยสัมผัส
หากพูดถึงการท่องเที่ยวญี่ปุ่น หลายคนอาจนึกถึงโตเกียว โอซาก้า หรือเกียวโตเป็นอันดับแรก แต่สำหรับใครที่อยากออกไปค้นหามุมใหม่ๆ ของญี่ปุ่น อิบารากิ (Ibaraki) คือจุดหมายปลายทางที่น่าสนใจอย่างยิ่ง เพราะที่นี่เต็มไปด้วยธรรมชาติอันงดงาม วัฒนธรรมเก่าแก่ และอาหารท้องถิ่นที่เป็นเอกลักษณ์
หนึ่งในจุดเด่นของอิบารากิคือ ทำเลที่ตั้ง ที่อยู่ห่างจากโตเกียวเพียง 1 ชั่วโมง โดยรถไฟหรือรถยนต์ ทำให้สามารถเดินทางไปแบบเช้าไปเย็นกลับ หรือพักค้างคืนเพื่อดื่มด่ำบรรยากาศได้อย่างเต็มที่
นอกจากนี้ สถานที่ท่องเที่ยวอิบารากิ ยังมีความหลากหลายและสามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี ไม่ว่าจะเป็นฤดูใบไม้ผลิที่ดอกไม้หลากสีบานสะพรั่ง ฤดูร้อนที่มีกิจกรรมกลางแจ้งให้สนุกกันแบบเต็มที่ ฤดูใบไม้ร่วงที่เต็มไปด้วยสีสันของใบไม้เปลี่ยนสี และฤดูหนาวที่มีอาหารอร่อยให้ลองชิม
ด้านวัฒนธรรม อิบารากิยังคงรักษาเอกลักษณ์ความเป็นญี่ปุ่นดั้งเดิม ไม่ว่าจะเป็นศาลเจ้าเก่าแก่ พิธีกรรมทางศาสนา งานเทศกาลที่จัดขึ้นตลอดปี ไปจนถึงวิถีชีวิตแบบญี่ปุ่นชนบทที่เรียบง่ายและอบอุ่น
สำหรับสายกิน อิบารากิขึ้นชื่อเรื่องวัตถุดิบสดใหม่จากทั้งภูเขาและทะเล โดยเฉพาะอาหารทะเลและเส้นโซบะที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในเมนูที่ดีที่สุดของภูมิภาคนี้
หากคุณกำลังวางแผนเที่ยวอิบารากิครั้งแรก ที่นี่มีครบทั้งความสะดวก ธรรมชาติ อาหารอร่อย และวัฒนธรรมที่แท้จริง สถานที่ท่องเที่ยวอิบารากิ มากมายรอให้คุณไปค้นพบ อิบารากิคือจุดหมายที่ควรลองไปสัมผัสสักครั้ง แล้วคุณอาจหลงรักโดยไม่รู้ตัว
แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวอิบารากิครั้งแรกที่ห้ามพลาด
สำหรับคนที่กำลังคิดว่าจะ เที่ยวอิบารากิครั้งแรก เราขอรวบรวม สถานที่ท่องเที่ยวอิบารากิ ไฮไลท์ที่ห้ามพลาด ไม่ว่าจะเป็นสวนดอกไม้ ศาลเจ้า วัด ภูเขา หรือแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ เราได้คัดเลือกสถานที่ที่ดีที่สุดมาให้คุณแล้ว
สัมผัสเสน่ห์แห่งอิบารากิ กับ 8 สถานที่ท่องเที่ยวสุดประทับใจ
อิบารากิเป็นจังหวัดที่เต็มไปด้วยธรรมชาติ ศิลปะ วัฒนธรรม และสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ หากคุณกำลังมองหาจุดหมายที่ไม่ซ้ำใครและเงียบสงบ อิบารากิคือคำตอบที่คุณต้องลองสักครั้ง วันนี้เราจะพาไปสัมผัสกับ 8 สถานที่ท่องเที่ยวที่ควรค่าแก่การมาเยือน
1. สวนฮิตาชิ ซีไซด์ ปาร์ค (Hitachi Seaside Park)
สวนฮิตาชิ ซีไซด์ ปาร์ค เป็นหนึ่งในสถานที่ที่มีทิวทัศน์สวยที่สุดในญี่ปุ่น ไฮไลท์สำคัญคือทุ่งดอกไม้ที่เปลี่ยนสีไปตามฤดูกาล ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ (เมษายน - พฤษภาคม) เนินเขาจะถูกปกคลุมไปด้วย ดอกเนโมฟีลาสีฟ้า นับล้านดอก ให้ความรู้สึกเหมือนเดินอยู่บนทะเลสีฟ้ากว้างใหญ่ ส่วนใน ฤดูใบไม้ร่วง (ตุลาคม) ต้นโคเชียจะเปลี่ยนเป็นสีแดงสด สร้างภาพทิวทัศน์ที่สวยงามราวกับพรมแดง
แนะนำ : ควรเผื่อเวลาเดินเที่ยวประมาณ 2-3 ชั่วโมง เพราะสวนมีขนาดใหญ่ และมีหลายจุดให้ถ่ายภาพสวยๆ
2. สวนไคราคุเอน (Kairakuen Garden)
สวนไคราคุเอนเป็นหนึ่งในสามสวนที่สวยที่สุดของญี่ปุ่น จุดเด่นของที่นี่คือ ต้นบ๊วยกว่า 3,000 ต้น ที่บานสะพรั่งในช่วงปลายกุมภาพันธ์ถึงต้นมีนาคม ทำให้สวนนี้เป็นสถานที่ชมดอกบ๊วยที่ดีที่สุดในญี่ปุ่น
สวนแห่งนี้ยังมีเส้นทางเดินชมธรรมชาติที่ร่มรื่น พร้อมกับวิวทะเลสาบเซ็นบะ (Senba Lake) ซึ่งช่วยเพิ่มบรรยากาศที่เงียบสงบและเหมาะสำหรับการพักผ่อน
แนะนำ : หากมาตอนฤดูดอกบ๊วยบาน ควรมาถ่ายภาพช่วงเช้าหรือเย็น เพราะแสงจะสวยเป็นพิเศษ
3. ศาลเจ้าโออาไร อิโซซาคิ (Oarai Isosaki Shrine)
ศาลเจ้าโออาไร อิโซซาคิ เป็นหนึ่งในศาลเจ้าที่มีวิวสวยที่สุดในญี่ปุ่น จุดเด่นของที่นี่คือ ประตูโทริอิกลางทะเล ที่ตั้งอยู่บนโขดหินริมชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก การมาเยือนที่นี่ในช่วงพระอาทิตย์ขึ้นจะได้ชมแสงแรกของวันสะท้อนบนเกลียวคลื่น สร้างภาพที่งดงามและศักดิ์สิทธิ์
ศาลเจ้าแห่งนี้มีความเชื่อว่าเป็นสถานที่ที่ช่วยปัดเป่าความชั่วร้าย และนำพาความโชคดีมาให้
แนะนำ : ควรเช็คเวลาน้ำขึ้น-น้ำลง เพื่อให้ได้ภาพที่สวยที่สุด
4. ศาลเจ้าคาชิมะ (Kashima Shrine)
ศาลเจ้าคาชิมะเป็นศาลเจ้าชินโตที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น สร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 600 ตั้งอยู่ในป่าที่เงียบสงบ เต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่ที่มีอายุนับร้อยปี
ภายในศาลเจ้ามีหินศักดิ์สิทธิ์ที่เชื่อกันว่ามีพลังช่วยป้องกันภัยและเพิ่มความแข็งแกร่งของจิตใจ นักท่องเที่ยวสามารถเดินเล่นในบริเวณรอบๆ ที่เงียบสงบ และสัมผัสถึงพลังแห่งธรรมชาติ
แนะนำ : หากมาในช่วงเช้า จะได้รับบรรยากาศที่เงียบสงบเป็นพิเศษ
5. อุชิคุไดบุทสึ (Ushiku Daibutsu)
อุชิคุไดบุทสึเป็นพระพุทธรูปที่สูงที่สุดในญี่ปุ่น และเคยเป็นพระพุทธรูปที่สูงที่สุดในโลก ด้วยความสูงถึง 120 เมตร
ด้านในขององค์พระสามารถเข้าไปชมได้ มีทั้งหมด 5 ชั้น ซึ่งชั้นที่สูงที่สุดเป็นจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์รอบๆ ได้กว้างไกล
แนะนำ : ควรมาเยี่ยมชมในช่วงฤดูใบไม้ผลิ เพราะบริเวณรอบๆ มีสวนดอกซากุระที่สวยงาม
6. อาร์ตทาวเวอร์มิโตะ (Art Tower Mito)
อาร์ตทาวเวอร์มิโตะเป็นหอศิลป์ที่มีดีไซน์สวยล้ำสมัย ภายในมีการจัดแสดงงานศิลปะสมัยใหม่ การแสดงดนตรี และกิจกรรมทางวัฒนธรรมที่น่าสนใจ
จุดเด่นของที่นี่คือ หอคอยสูง 100 เมตร ที่สามารถขึ้นไปชมวิวเมืองมิโตะได้ นักท่องเที่ยวที่ชอบศิลปะและวัฒนธรรมสมัยใหม่ไม่ควรพลาด
แนะนำ : ตรวจสอบตารางนิทรรศการก่อนมาเยี่ยมชม เพราะมักมีการจัดแสดงที่เปลี่ยนไปเรื่อยๆ
7. น้ำตกฟุคุโรดะ (Fukuroda Falls)
น้ำตกฟุคุโรดะได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในน้ำตกที่สวยที่สุดของญี่ปุ่น ด้วยความสูง 120 เมตร และมี 4 ชั้น
- ฤดูใบไม้ร่วง : น้ำตกถูกล้อมรอบไปด้วยใบไม้เปลี่ยนสีที่สวยงาม
- ฤดูหนาว : น้ำตกจะกลายเป็นน้ำแข็ง เป็นภาพที่หาชมได้ยากแปลกตา
มีจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นน้ำตกจากหลายมุม และมีเส้นทางเดินที่ให้คุณได้สัมผัสธรรมชาติอย่างใกล้ชิด
แนะนำ : ควรมาในช่วงเดือนตุลาคม-พฤศจิกายนเพื่อชมใบไม้เปลี่ยนสี
8. อิบารากิ ฟลาวเวอร์ พาร์ค (Ibaraki Flower Park)
อิบารากิ ฟลาวเวอร์ พาร์ค เป็นสวนดอกไม้ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของจังหวัด มีดอกไม้หลายชนิดหมุนเวียนเปลี่ยนไปตามฤดูกาล โดยเฉพาะ กุหลาบและลาเวนเดอร์ ที่ได้รับความนิยม
ที่นี่ยังมีคาเฟ่และร้านขายของที่ระลึกที่ใช้ดอกไม้เป็นส่วนผสมหลัก นักท่องเที่ยวสามารถเดินเล่น ถ่ายภาพ และเพลิดเพลินกับบรรยากาศที่เงียบสงบ
แนะนำ : ช่วงดอกกุหลาบบานเต็มที่คือเดือนพฤษภาคม และกันยายน
อิบารากิเต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นธรรมชาติ วัฒนธรรม หรือศิลปะ หากคุณอยากสัมผัสญี่ปุ่นในอีกมุมหนึ่งที่เงียบสงบ แต่ยังคงความสวยงามและมีเอกลักษณ์ อิบารากิคือจุดหมายที่คุณไม่ควรพลาด
ไม่ว่าคุณจะชื่นชอบการชมดอกไม้ เที่ยวศาลเจ้า ศึกษาประวัติศาสตร์ หรือเพลิดเพลินกับวิวธรรมชาติ ที่นี่มีทุกสิ่งที่คุณกำลังมองหา แล้วคุณล่ะ พร้อมออกเดินทางไปอิบารากิหรือยัง?
เที่ยวอิบารากิครั้งแรก ให้คุ้มค่าต้องวางแผนดีๆ
เที่ยวอิบารากิครั้งแรก อาจทำให้หลายคนรู้สึกไม่แน่ใจว่าจะเริ่มจากตรงไหน เพราะที่นี่เป็นจังหวัดที่เต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวอันหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นธรรมชาติอันงดงาม ศาลเจ้าศักดิ์สิทธิ์ เมืองเก่าแก่ และอาหารท้องถิ่นที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว อย่างไรก็ตาม หากวางแผนดีๆ อิบารากิจะกลายเป็นหนึ่งในทริปที่คุ้มค่าและน่าประทับใจ
1. การเดินทางในอิบารากิ สะดวกแค่ไหน?
การเดินทางไปอิบารากิจากโตเกียวสามารถทำได้อย่างง่ายดาย โดยสามารถเลือกใช้บริการรถไฟ รถบัส หรือแม้แต่การเช่ารถขับเอง
- รถไฟ : สะดวกและรวดเร็วที่สุด สามารถใช้ JR Joban Line จากโตเกียวไปยังเมืองหลักของอิบารากิ เช่น มิโตะ (Mito) และฮิตาชินากะ (Hitachinaka) ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง
- รถบัส : มีบริการจากสถานีโตเกียวไปยังสถานที่สำคัญ เช่น สวนฮิตาชิ ซีไซด์ ปาร์ค และภูเขาสึคุบะ
- รถเช่า : หากต้องการความยืดหยุ่นในการเดินทาง รถเช่าเป็นทางเลือกที่ดี เพราะบางสถานที่อาจไม่มีระบบขนส่งสาธารณะให้บริการโดยตรง
หากคุณต้องการเดินทางอย่างสะดวกสบาย ไม่ต้องกังวลเรื่องตารางเวลาและการต่อรถ การใช้บริการทัวร์กับไกด์นำเที่ยวก็เป็นอีกทางเลือกที่ดี
2. เที่ยวอิบารากิครั้งแรกในฤดูไหนดีที่สุด?
อิบารากิสามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี แต่ละฤดูมีเสน่ห์ที่แตกต่างกัน
- ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม - พฤษภาคม) : ดอกซากุระและทุ่งดอกเนโมฟีลา เป็นช่วงเวลาที่สวนฮิตาชิ ซีไซด์ ปาร์คสวยงามที่สุด
- ฤดูร้อน (มิถุนายน - สิงหาคม) : เหมาะสำหรับการเดินเที่ยวเล่นในเมืองชายทะเล เช่น หมู่บ้านโออาไร หรือท่องเที่ยวเชิงเกษตร เช่น สวนผลไม้
- ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน - พฤศจิกายน) : ใบไม้เปลี่ยนสีสวยงาม โดยเฉพาะที่ภูเขาสึคุบะและน้ำตกฟุคุโรดะ
- ฤดูหนาว (ธันวาคม - กุมภาพันธ์) : น้ำตกฟุคุโรดะจะแข็งตัวกลายเป็นน้ำแข็ง สร้างทัศนียภาพที่สวยงามแปลกตา
3. ที่พักในอิบารากิ พักที่ไหนดี?
หากคุณ วางแผนเที่ยวอิบารากิครั้งแรก การเลือกที่พักให้เหมาะสมกับแผนการเดินทางก็เป็นเรื่องสำคัญ
- เมืองมิโตะ (Mito) : ศูนย์กลางการเดินทางไปยังแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ เช่น สวนไคราคุเอ็น และตลาดปลา Nakaminato มีโรงแรมให้เลือกหลากหลายตั้งแต่ราคาประหยัดไปจนถึงระดับพรีเมียม
- เมืองสึคุบะ (Tsukuba) : เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเที่ยวภูเขาสึคุบะ และเยี่ยมชมศูนย์วิจัยอวกาศ JAXA
- รีสอร์ทออนเซ็น : หากอยากสัมผัสประสบการณ์แช่ออนเซ็นแบบญี่ปุ่นแท้ๆ อิบารากิมีเรียวกังและรีสอร์ทน้ำพุร้อนที่มาพร้อมวิวธรรมชาติให้เลือกพัก
4. อาหารขึ้นชื่อของอิบารากิ ที่ต้องลอง
เที่ยวอิบารากิครั้งแรก จะขาดอาหารท้องถิ่นไปไม่ได้ อิบารากิมีอาหารที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและขึ้นชื่อเรื่องวัตถุดิบสดใหม่
- ปลาอังโกะ (Ankou) : หรือปลาหม้อไฟอังโกะนาเบะ เป็นอาหารขึ้นชื่อของอิบารากิ นิยมรับประทานในช่วงฤดูหนาว
- โซบะอิบารากิ : เส้นโซบะที่ทำจากบัควีทคุณภาพสูง มีกลิ่นหอมและรสชาติกลมกล่อม
- ข้าวหน้าปลาดิบ (Kaisendon) : อิบารากิมีตลาดปลาขนาดใหญ่ ที่นี่สามารถหาข้าวหน้าปลาดิบสดๆ ได้ในราคาย่อมเยา
- เมล่อนอิบารากิ : เป็นผลไม้พรีเมียมที่ได้รับการยอมรับว่าหวานและเนื้อแน่น
5. วางแผนเที่ยวอิบารากิ อย่างไรให้คุ้มค่าที่สุด?
- จองตั๋วสถานที่ล่วงหน้า : เช่น สวนฮิตาชิ ซีไซด์ ปาร์ค ควรซื้อตั๋วออนไลน์ล่วงหน้า โดยเฉพาะช่วงที่มีดอกไม้บาน
- เลือกที่พักใกล้สถานีรถไฟ : เพื่อความสะดวกในการเดินทาง
- จัดลำดับสถานที่ท่องเที่ยวตามเส้นทาง : หากไปทางเหนือของจังหวัด อาจเริ่มจากเมืองมิโตะและไปยังน้ำตกฟุคุโรดะ หากเที่ยวทางใต้ อาจเริ่มที่สึคุบะและต่อไปยังศาลเจ้าคาชิมะ
เที่ยวอิบารากิครั้งแรกแบบไร้กังวล ให้ CompaxWorld ดูแล
หากคุณอยากสัมผัสอิบารากิแบบพรีเมียม CompaxWorld มีแพ็กเกจที่ตอบโจทย์คุณ
- แพ็กเกจเที่ยวอิบารากิครบวงจร เดินทางสะดวก พร้อมไกด์มืออาชีพ
- จองตั๋วสถานที่ล่วงหน้า ไม่ต้องกังวลเรื่องคิวเต็ม
- โรงแรมพรีเมียม และอาหารสุดพิเศษ
ติดต่อ CompaxWorld เพื่อจองทริปสุดพิเศษได้ที่
- LINE : @compaxworld
โทร : 02-169-1766, 082-793-6166
เจาะลึกทุกมุม คุ้มค่าทุกทริป
ใบอนุญาตเลขที่ 11/08451